ปล่อย

posted on 16 Nov 2011 01:23 by piyarith

             วันนี้ผมมีโอกาสได้เดินทางไปสถานที่แห่งหนึ่ง
             มันเป็นสถานที่เรียกได้ว่ามันไม่เคยหลับใหลมาก่อน
             ใช่, มันทำหน้าที่ของมันนับตั้งแต่วันที่สร้างเสร็จจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยคร้าน
ในหน้าที่ของมันสักวันเดียว และไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ไม่กี่ชั่วโมง มันทำหน้าที่ทุกนาที
ในของทุกวัน
             ภาพตรงหน้าที่เห็นไม่ต่างจากทุกวันเวลาที่ผมเดินทางผ่านไปมา
             ต่างกันตรงที่คืนนี้จำนวนไฟสองข้างทาง ที่ปกติจะส่องแสงราวกับแสงเทียน
ในความมืดมิด วันนี้กลับมืดสนิท ไม่มีแม้แสงใดๆเล็ดลอดออกมา ยังดีที่พอจะมีไฟ
สำรองที่ชื่อว่าพระจันทร์แอบโผล่หน้ามาตามซอกหลีบของกลีบเมฆอยู่บ้าง
              ผมกับเพื่อนเดินทางมาด้วยเหตุผลที่บางทีมันอาจจะไม่ดีพอที่จะเรียกว่า
เหตุผล เราแค่มาสถานที่แห่งนี้เพียงเพราะว่าเราไม่มีอะไรทำ และต้องการให้
สิ่งประดิษฐ์ที่ชื่อว่าจักรยานทำหน้าที่เป็นฆาตกรฆ่าเหยื่อที่ชื่อว่าเวลา
             ที่ๆผมมานี้มันเป็นสะพานแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ถ้าพูดถึงความสูง
แล้วล่ะก็ ถ้าใครมาท้าให้ผมกระโดดลงไปจากใจกลางสะพาน พูดอย่างไม่อาย ผมคง
เป็นคนแรกที่ขอแพ้บาย หรือดูได้จากเสื้อของพวกเราที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการขี่จักยาน
ขึ้นมาบนสะพานแห่งนี้ ผมเริ่มเข้าใจสุภาษิตที่โบราณเขาว่า เข็นครกขึ้นภูเขา ขึ้นมา
ตงิดๆ แค่สุภาษิตของผมเปลี่ยนจากเข็นเป็นถีบเท่านั้นเอง
             เหตุผลที่สะพานแห่งนี้มีเวลาพักผ่อนกับเขาบ้าง ก็เนื่องมากจากปัญหา
น้ำท่วมครั้งใหญ่ทีี่เพิ่งเกิดในบ้านเรา ถึงแม้จะปิดตัวชั่วคราว แต่ก็ยังมีบรรดารถรา
จอดอยู่เต็มทั้งสองฝั่งข้างทาง
            บนสะพานความมืดครอบคลุมอย่างเท่าเทียมกัน ผมปิดไฟจักรยานสีแดงที่ติด
อยู่ตรงหลักอานของจักรยานลง เพื่อรักษากฎแห่่งความเท่าเทียมนี้
             ไม่ใช่ผมกับเพือนเท่านั้นที่อยุ่บนใจกลางสะพานแห่งนี้ รอบๆตัวผมยังมีกลุ่มคน
อีกหลายกลุ่ม บ้างกำลังเดินข้ามสะพานอย่างใจเย็น บ้างกำลังตั้งวงเปิดเพลง ร้องเพลง
กันอย่างสนุกสนาน  และมีจำนวนไม่น้อยที่ต่างนั่งมองเหม่อไปในท้องฟ้าที่ไร้ขอบเขต
             แม้จะมีเสียงจากผู้คนอยุ่บ้าง แต่ผมกลับตกอยู่ในภวังค์ที่แปลกประหลาด
มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่รุ้จักหลับจักนอน จนวันหนึ่งเราได้มีโอกาส
ค่อยๆลูบลงบนตัวของมันในวันที่มันนิทรา ค่อยๆรับสัมผัสที่มือของเราเคลื่อนที่ผ่าน
และเพ่งมองมันราวกับว่ามันจะหายลับไปกับอากาศในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้
             สายลมพัดตีเข้าหน้าเหมือนเชื้อเชิญให้ผมหันไปมองพระจันทร์ ที่มีขนาด
ใหญ่กว่าทุกวันกำลังแอบซ่อนสีเหลืองนวลด้านหลังเมฆสีทึมๆ ดูไปดูมาบางครั้งก็
สวยงาม แต่บางครั้งกลับดูน่ากลัวราวกับอสูรร้ายในค่ำคืน
             ระหว่างที่เดินอย่างแช่มช้าบนสะพานพร้อมกับจักรยานคู่ใจของผม ผมแอบคิด
ถึงปัญหาในวันนี้ที่ทุกคนต่างเดือดร้อน มองไปยังปัญหาที่อยู่ตีนสะพานอีกฝากหนึ่ง
น้ำจำนวนมากกำลังนอนนิ่งอย่างสงบ และบ้างแปลงกายเป็นคลื่นยามที่รถเดินทาง
ผ่าน มันเป็นความเดือดร้อนที่ไม่มีใครอยากจะพบเจอ และแน่นอนที่สุด ไม่มีใครอยาก
ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้
             ในทางที่มืดมิดเช่นนี้ ทางข้างหน้าก็คล้ายกับจะเป็นทางตัน

             
             ถึงเวลาแล้วที่ผมกับเพื่อนคิดว่าจะเดินทางกลับกันเสียที เพราะนี่เวลาก็ล่วงเลย
มาพอสมควรแล้ว ผมตัดสินใจแบกจักรยานข้ามพ้นรั้วเข้าไปทางเดินด้านใน เพื่อที่จะ
ค่อยๆลงบันไดยังถนนด้านล่าง แต่ยังไม่ทันจะก้าวผ่านพ้นรั้ว เพื่อนผมก็ชวนให้ผมขี่
จักรยานลงไปทางที่ขึ้นมาเลย
             สารภาพในใจว่าตอนแรกผมแอบกลัวถึงความปลอดภัย ทั้งเรื่องพื้นผิวถนน
และความมืดที่มองไม่ค่อยจะชัด เกรงว่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเอาได้ง่ายๆ
             แต่สุดท้ายเราขี่จักรยานลงมาด้วยความเร็วที่ไม่ต่างอะไรจากมอเตอร์ไซด์
             นอกจากสายลมที่โหมกระหน่ำเข้ามาจนทำให้ตาผมต้องหยีแล้ว ผมจำไม่ค่อย
ได้ว่าระหว่างทางที่มืดตอนลงสะพาน ผมคิดอะไรอยู่บ้าง
             แต่สิ่งที่จำได้เป็นอย่างดีและเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำก็คือ


             จับแฮนด์ให้มั่นแล้วปล่อยให้ล้อมันเดินหน้าไปเอง




 

 

 

edit @ 16 Nov 2011 01:28:27 by FORGOT

Comment

Comment:

Tweet

เราชอบขี่จักรยานขึ้นเขานะ เวลาขึ้นนี่อาจยากหน่อย แต่เวลาลงนี่สิ สุดยอดเลย ยิ่งถ้าเวลาลงและเป็นทางโค้งด้วยนะ เราต้องยิ้มปากบานทุกที อ้อ! จับแฮนด์ให้มั่นแล้วปล่อยให้ล้อมันเดินหน้าไปเอง แล้วอย่าหลับตาด้วยล่ะ big smile big smile
จับล้อให้แน่น แล้วปล่อยแฮนไปข้างหน้า Hot!

#6 By บังเอิญ on 2011-11-20 21:44

จับล้อให้แน่น แล้วปล่อยแฮนไปข้างหน้า

#5 By บังเอิญ on 2011-11-20 21:44

ไม่ได้มาเยี่ยมนานแล้ว ถือว่ายังสบายดี(ไม่นับไอ้ที่น้ำท่วมนะ)sad smile

#4 By A R M on 2011-11-16 20:07

ไม่ได้มาเยี่ยมนานแล้ว ถือว่ายังสบายดี(ไม่นับไอ้ที่น้ำท่วมนะ)sad smile

#3 By A R M on 2011-11-16 20:06

ชอบชอบ เหมือนไปยุในเหตุการณ์ :D

#2 By happysusi (27.130.113.73) on 2011-11-16 18:16

ดีนะยังจับแฮนด์....
นึกว่าจะสร้างปัญหาให้อีกฝั่งของสะพานซะเเล้ว

#1 By ผู้หญิงที่หัวเราะแบบผู้ยิ่งใหญ่ (124.120.200.147) on 2011-11-16 01:40