now showing

posted on 03 Nov 2011 01:00 by piyarith

             วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายปีที่ผมได้มีโอกาสดูหนังตอนกลางคืน
             จำไมไ่ด้แล้วว่าล่าสุดที่ดูหนังรอบกลางคืนนี่คือเมื่อไหร่ แต่ถ้าเอาเท่าที่
จำได้แล้ว ผมจำได้แค่ว่าคืนนั้นผมกลายเป็นมนุษย์ซกมกไม่อาบน้ำแล้วนอนเลย
เพราะมีฉากในหนังที่ทำให้ขนลุกขนชันในห้องน้ำ
             จริงๆผมไม่ใช่คนกลัวผีหรอกครับ แค่บางทีมันอินไปหน่อย
            อย่างวันนี้หนังที่ผมดูมันก็เป็นหนังผีเหมือนกัน เป็นหนังผีที่ติดตลกตาม
สไตล์หนังไทยที่ออกมาเยอะแยะมากมาย
             ทุกวันนี้เวลาที่ผมไม่ขำกับมุขตลกพวกนี้ ผมยังแอบเสียดายความสามารถ
ในวัยเด็ก ที่เราสามารถขำกับมันจนน้ำหูน้ำตาไหลอย่างเป็นธรรมชาติ
              เวลาที่ผมหัวเราะสุดเสียงจนน้ำตาไหล ตอนนี้ผมแทบจะนับครั้งได้
             มันไม่ได้หากันง่ายๆเลยในช่วงอายุนี้
             ถ้าคำถามที่ว่ามันไม่ตลกแล้วผมมาดูทำไม ผมก็คงจะสารภาพตามตรงว่า
ผมคงไม่มีความพยายามขนาดที่จะดูหนังพวกนี้ให้ครบร้อยเรื่องจนกลายเป็นคน
เส้นตื้นที่สุดหรอกครับ
             พอดีว่าโรงหนังโรงนี้เขาไม่เก็บเงินสักบาทเดียว
             ตอนที่ผมได้เดินเข้ามาในโรงหนัง หนังก็เริ่มฉายไปสักพักแล้ว คนดูในโรง
หัวเราะลั่นระหว่างที่ผมกำลังแทรกตัวเองไปยังที่นั่ง ด้วยความที่ผมกลัวจะบัง
คนข้างหลัง ผมรีบนั่งและจัดแจงตัวเองให้พร้อมกับการตามเนื้อเรื่องของหนังตลกเรื่องนี้
             มองดูรอบๆแล้วผมว่าโรงหนังโรงนี้คนคึกคักไม่ใช่เล่น หากเทียบกับช่วงเวลา
นี้ที่ผู้คนกำลังนอนอยู่ที่บ้าน แปลกแค่อย่างเดียวว่าที่นั่งทางด้านซ้ายของผมมันกลับ
โล่งสนิท ไม่มีใครจับจองที่นั่งเลยสักคนเดียว
             หนังเรื่องนี้ทำผมอมยิ้มได้จนเกือบจะหัวเราะออกมาหลายครั้ง แต่ผิดกับ
ผู้หญิงที่อยู่ข้างขวาผม แกหัวเราะเสียงดังกับทุกมุขที่หนังหยอดออกมา จนผมเห็นเข้า
ก็แอบจะหัวเราะเบาๆตามไม่ได้
             เวลาผ่านไปไม่นานนัก หนังก็จบลงด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของทุกคน
             ก่อนออกมาจากโรงหนังพร้อมกับคนอื่นๆ ผมลุกขึ้นบิดขี้เกียจด้วยความเมื่อย
             จนผมเหลือบไปเห็นที่นั่งพิเศษที่หนึ่ง มันเป็นที่ๆผมไม่แน่ใจว่ามันจะมีราคา
เท่าไหร่ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะสบายแค่ไหน ถ้าเทียบกับที่นั่งไม่เสียเงินแบบของผมแล้ว
มันดูดีกว่าไม่น้อยเลย
             แต่คุ้นๆว่าตอนเด็กๆผมก็เคยนั่งที่นั่งแบบนี้
             ถ้าพูดกันอย่างไม่กลัวอาย ที่นั่งสมัยเด็กของผมดูจะสบายกว่านี้ด้วยซ้ำ
             ผมหยุดเดินแล้วมองที่นั่งที่นั้นด้วยความรู้สึกบางอย่าง ไม่แน่ใจว่าเวลา
ที่ผมจ้องมองที่นั่งที่นี้เป็นเวลานานเท่าไหร่ แต่มันก็นานพอที่ผมจะเรียกอะไรใน
หัวสมองของผมกลับมาได้บ้าง รอยยิ้มที่เกิดขึ้นบนใบหน้าระหว่างที่ผมมองมัน
ทำให้ผมแปลกใจตัวเองไม่น้อย

              ระหว่างเดินกลับบ้าน ผมนึกถึงฉากในหนังที่เพิ่งดูจบไป ตลกที่ผมกลับขำ
มากกว่าตอนที่ดูในโรงหนังเสียอีก ความคิดที่ผมอาจจะกลับมาขำแบบตอนเด็กๆได้
ก็เริ่มมีความหวังขึ้นมา
             ผมไม่รีรอที่คิดจะควักมือถือของผมออกมาโทรหาเพื่อน เพื่อบอกเล่าความรู้สึก
ของผมในค่ำคืนนี้
             แต่ลืมไป
             ผมคงจะต้องรออีกสักพักหนึ่งกว่าที่ปากผมจะมีช่องว่างให้ผลิตคำพูดออกมา
             ก็ในเมื่อตอนนี้ปากของผมกำลังกำจัดอาหารที่เหลือจากตอนที่ผมดูหนังอยู่
             แล้วมันก็เคี้ยวไม่ได้ง่ายๆเหมือนป๊อปคอร์นซะด้วยสิ

             ไอเจ้าปลาหมึกปิ้งเนี่ย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




















 
 
 
 



edit @ 3 Nov 2011 01:47:37 by FORGOT

Comment

Comment:

Tweet

งั้นขอบอกอย่างไม่กลัวอาย สมัยเด็กนะ เรานั่งบนขาของป๊าเรา ที่นั่งเหยียดขาออกมายาวๆ พอง่วงก็ปรับนอนได้ สบายใจเฉิบ | สมัยนี้มีข้าวโพดคั่วถุงละ10บาทข้างจอหนังละนะ กินแล้วอร่อยลืมป๊อบคอร์นไปเลย คราวหน้าอย่าลืมเอาเสื่อไปด้วย question
อ่าวโรงหนังนี้ เราเข้าบ่อยเลย : P แต่เคี้ยวข้าวโพดต้มนะ

#5 By nrcha (103.1.166.201) on 2011-11-15 21:57

พลอยชอบที่พี่เขียนเเนวๆเเบบนี้ มีจุดสตาร์ทอย่างหนึ่ง เเล้วจบให้คนอึ้งเอาไปคิดต่อได้
เเถมเวลาอ่าน รู้สึกตัวเองใกล้ชิดกับคนเขียนยังไงไม่รู้ 555

#4 By พลอยเอง (14.207.169.160) on 2011-11-06 00:02

Hot! Hot!
สงสารเพื่อนที่แกโทรไปหา ไม่แน่อาจได้กลิ้นปลาหมึก

#3 By Pommies on 2011-11-04 13:20


ไม่ใช่เก้าอี้สีแดงหนิ ;)

#2 By nimnimm (183.89.167.232) on 2011-11-03 02:29

มีน้ำเขียวซักถุง อาจจะทำให้ปลาหมึกกลืนง่ายขึ้นนะคะ ; )

#1 By คนสวย (124.120.147.40) on 2011-11-03 01:52