ขีดเขียน

posted on 03 Aug 2011 02:01 by piyarith

          เรื่องมันเกิดจากกล่องดินสอเหล็กของผมครับ

          วันนี้เป็นวันที่อากาศนอกบ้านแย่เหมือนเคย ถ้าถามว่าแย่ยังไง ลองนึกภาพ
เมฆทึมๆ เสียงลมเหมือนจะกรีดร้องอะไรสักอย่าง  อะไรไม่รู้ปลิวว่อนมากับลมแรงๆดัง
กึกๆๆ เสียงประตูบ้านที่เจ้าของไม่อยู่ตีกับกำแพงข้างบ้านดังตึงๆๆ เสียงบรรดา
แม่บ้านตะโกนเรียกลูกหลานให้มาเก็บผ้า
          “เก็บผ้าเร็ววววววว ฝนจะตกแล้วววววว!!!”

          ผมถอนหายใจอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หันไปมองไอแสบของผมสองตัว มันก็
กำลังนอนซมเหมือนกับว่ามันไม่คิดอยากจะเดินไปไหนอีกแล้ว ชีวิตนี้มันจะขอนอน
เพียงอย่างเดียว
          ผมที่อึดอัดจนทนไม่ไหวแล้ว ก็ได้รวบรวมพลังไปที่ปลายเท้า แล้วส่งพลังไป
ด้วยความฉลาด(มาก)เตะเข้าไปที่เก๊ะข้างตัว ตุบบบ!
         ด้วยความที่รู้ว่าเก๊ะนี้มันไม่มีของอยู่แล้ว ผมจึงมั่นใจถึงความเจ็บปวด ว่ามัน
คงจะทำอะไรเท้าหนาๆของผมไม่ได้มากนัก แต่ผิดคาดครับ ผมหลับตาด้วยความเจ็บ
พลางคิดในใจว่าแม่ใช่มั้ยที่เอาอะไรมาไว้ในเก๊ะ
          ผมจับเก๊ะออกมาด้วยความโกรธ และกระชากมันออกมา!!
          ผมแทบจะลืมความเจ็บปวดของผมไปชั่วขณะเพราะสิ่งที่ผมเห็นข้างใน

          กล่องเหล็กเงาที่มีสติ๊กเกอร์รูปยีราฟที่ผมวาดเอง นอนนิ่งสะท้อนไฟบนเพดาน
อยู่อย่างเงียบสงบ
          ผมมักจะคิดเสมอว่าใครกันนะที่เป็นคนเริ่มต้นเอาดินสอ EE มาใส่ในกล่องเหล็ก
เงาพวกนี้ เพราะทุกครั้งที่ผมใส่มันไว้เพื่อป้องกันดินสอที่ผมเหลามาอย่างดี แต่พอเปิด
มามันแทบไม่ได้ต่างอะไรกับใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ แต่ผมก็ใช้มันมาตลอดจนถึงวันที่ผม
เองก็จำไม่ได้ ที่ผมเลิกใช้กล่องดินสอนี้
          ผมเปิดมันขึ้นมาดูด้วยความตื่นเต้นเพราะทุกอย่างในกล่องดินสอนั้นแทบจะไม่
มีอะไรต่างไปจากแต่ก่อนเลย ดินสอที่ผ่านการเหลามาจนสั้น จนไม่สามารถจะจับได้
บางแท่งยังใหม่เอี่ยมนอนก่ายกันอยู่กับยางลบก้อนดำๆ ที่ผมคิดว่ามันลบได้สะอาด
มากกว่าของใครๆเสมอ
          ผมหยิบดินสอขึ้นมาจับแท่งหนึ่ง แล้วจับมันพลิกดูรอบๆเท่าที่ข้อมือผมจะหมุน
ได้ ราวกับว่าผมกำลังดูแหวนเพชรบนนิ้วว่ามันสวยขนาดไหน

          เมื่อสมัยที่ผมยังเป็นเด็กม.ปลายหัวเกรียนสั้น ผมเป็นเด็กที่เรียนวิชาการได้ท็อป
ห้องเสมอ แต่คงจะต้องนับจากท้ายหน้ากระดาษรายชื่อนักเรียนในห้อง ผมเป็นอีกคน
ที่หนีมาพูดคุยกับศิลปะ โลกของผมเปิดกว้างมากขึ้นตั้งแต่ผมได้เจอกับสิ่งนี้ แต่ผมก็
ไม่เคยทำได้ดีกว่าใคร หรือโดดเด่นกว่าใครเลย
          ในรั้วมหาลัย’ผมได้เข้าคณะในแขนงศิลปะสมใจ สิ่งที่ผมเห็นก็เปิดกว้างยิ่งกว่า
เดิม จากผสมสีในถาด ก็เปลี่ยนมาเป็นการเลือกสีในหน้าจอคอมพ์ จากวาดรูปเหมือน
ก็เปลี่ยนมาเป็นการถ่ายภาพเหมือนให้ดูมีอารมณ์ และจากการวาดรูปในกระดาษที่

ต้องเหลาดินสอ ก็เปลี่ยนมาเป็นแท่งพลาสติกที่มีไส้ดินสอเป็นแท่งพลาสติก
          แต่ผมก็ไม่เคยทำได้ดีกว่าใคร หรือโดดเด่นกว่าใครอีกเช่นกัน

          คำถามหลายคำถามรุมล้อมผมว่าเราจะอยู่ได้อย่างไร หากในโลกปัจจุบันที่มี
การแข่งขันกันแทบจะนับเป็นวินาที และคนที่ทำวิชาชีพสายนี้มีนับไม่ถ้วน หลายครั้ง
ผมก็ได้แต่ท้อแท้ว่าผมคงจะเป็นได้แค่พนักงานกินเงินเดือนไปวันๆ และรอคอยที่จะ
ใช้เงินสิ้นเดือนมาเพิ่มพลังกับตัวเองต่อไป
          ผมลองใช้ดินสอ EE วาดบนกระดาษเปล่าบนโต๊ะ ความฝืดของมันที่ผมเกือบจะ
ลืมไปแล้วเวลาขีดเขียน มันส่งเสียงเอี๊ยดๆเวลาที่ผมกดมันหนักๆ พอผมปล่อยมันกลับ
ทำตัวเหนียงอายออกแรงไม่สมกับที่เป็นดินสอที่ไส้เข้มที่สุด
          อาจจะจริงแบบที่พี่ตั้ม วิสุทธิ์ พรนิมิตร พูดไว้
          “อย่าทำอะไรที่ตัวเองทำไม่ได้ ทำอะไรที่ตัวเราเองทำได้พอแล้ว”
          ฟ้าฝนกระหน่ำเทลงมาเหมือนกับฟ้าจะแตกให้ได้ เสียงน้ำฝนกระทบกับกระ-
เบื้องดังรัวขึ้นเรื่อยๆ ไอแสบสองตัวลุกเปลี่ยนที่นอนเพราะเสียงฟ้าร้องมานอนใต้
โต๊ะของผม พร้อมกับผมที่เอนตัวพิงพนักยกขาหลบทางให้มันทั้งสองตัว
          บางทีชีวิตผมอาจจะไม่มีโอกาสเก่งที่สุด หรือโด่งดังที่สุดเหมือนใครๆ แต่ดินสอ
ที่ผมกำลังจับอยู่สอนให้ผมรู้ว่า ชีวิตเราเลือกที่จะขีดน้ำหนักได้ ขีดหนักในบางเวลาและ
ปล่อยสบายบ้างในบางครั้ง ขอแค่เราทำมันด้วยความมั่นใจ ผลที่ตามมาไม่ว่า

มันจะดีหรือไม่ดียังไง

          อย่างน้อยก็เป็นมือของเราที่ขีดเขียนมันขึ้นมา




edit @ 3 Aug 2011 03:29:14 by FORGOT

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!
EE : เอาผมออกมาหมุนบ่อยๆนะครับ ; )

#5 By คนสวย (124.120.104.118) on 2011-11-04 04:59

ยีราฟ!!
big smile

#4 By ชุน on 2011-08-03 22:41

ชักคิดถึง EE ของตัวเองบ้างแล้ว จะลองเอามาเพิ่มน้ำหนัก \\\\\\\"หนัก-เบา\\\\\\\" ในชีวิตบ้าง ขอบคุณนักเขียนที่แบ่งปันสิ่งดีดีค่ะ :)

#3 By นิรัญชา (58.9.119.218) on 2011-08-03 09:23

Wow u r good! Talented na. I love ur writing. Keep creating ur great work, brother.

#2 By Wan (119.31.126.135) on 2011-08-03 05:59

big smile

#1 By :D (58.64.72.248) on 2011-08-03 03:31