บ้าน

posted on 23 Apr 2011 23:57 by piyarith
ถ้าพูดถึงที่ที่เราอยู่แล้วสบายใจที่สุด
ครับ , ผมกำลังพูดถึงบ้าน
บ้านแต่ละหลังนับตั้งแต่มันสร้างขึ้นมา
ไม่ว่าจะสร้างด้วยเศษปูนทราย

หรือว่าไม้นานาชนิด จนไปถึงเศษกล่องลังที่หลบลมหนาวได้
ทันทีที่เจ้าของหรือผู้อาศัยได้ฝังตัวลงไปในบ้าน
ผมคิดว่าบ้านทุกหลังก็จะเริ่มทำหน้าที่เหมือนกัน

นั่นคือ บันทึกเรื่องราวภายในบ้าน

เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือดี
ล้วนถูกบันทึกลงไปในบ้านทุกวินาที

แต่สิ่งที่บอกตั้งแต่ประโยคแรก มันคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
เรื่องอื่นคงจะไม่เกี่ยว

บ้านหลังเก่าของผม มันเป็นบ้านตึกแถว 7 ชั้นในย่านกลางเมือง
ถ้าเทียบกับคอนโดหรือหมู่บ้านใหม่ๆสมัยนี้
มันก็เป็นบ้านธรรมดาๆหลังหนึ่งที่ไม่แปลกหูแปลกตาเท่าไหร่

ที่เห็นจะเป็นข้อดีก็คือความสะดวกรวดเร็วในการจะเดินทางหรือทำธุระ
เท่าที่จำความได้ผมโบกมือลาบ้านหลังนี้สมัยยังเด็กตัวเท่าเอวพ่อแม่

มันเป็นสมัยที่ผมยังรักการผจญภัยในบ้าน


ตั้งแต่ชั้นหนึ่งยันชั้นเจ็ด
ทุกชั้นคือที่ๆผมสามารถจินตนาการให้เป็นโลกของผมได้

ห้องน้ำคือสวนน้ำของผมที่ผมพยายามหาอะไรมารองตัวแล้วลื่นไถลไปกับพื้น
ดาดฟ้าคือฐานทัพที่ผมต้องต่อสู้กับยูเอฟโอทุกๆวันหยุด
บางครั้งใต้โต๊ะออฟฟิศคือบ้านที่ผมต้องเล่นบทเป็นพ่อ
หลายๆเรื่องผมนึกได้ตอนที่ผมเดินผ่านบ้านเก่าหลังนี้ของผม
อาจจะจริงที่เวลามันได้กดทับความทรงจำบางอย่างของผมให้จมลึก
จนผมแอบลืมโลกบางโลกของผมไป
แต่ผมยังเชื่ออยู่ว่ามันไม่ได้หายไปไหน

เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักนิด

เวลาที่จะมีอะไรสะกิดให้มันโผล่พ้นโคลนตมของกาลเวลา

เวลาผ่านเลยมาจนถึงบ้านหลังที่ผมอาศัยอยู่ปัจจุบัน
ที่รับไม้ผลัดมาจากบ้านหลังเก่า
เล่าเรื่องชีวิตคนที่เริ่มต้นใหม่ให้ดำเนินต่อไป

ยอมรับว่าตอนที่ย้ายมาใหม่ๆ ผมรู้สึกแย่กับการที่ต้องอยู่บ้านที่เล็กลง
แต่ไม่อาจแน่ใจได้ว่าตอนนั้น ผมรู้สึกแย่กับขนาดของบ้าน
หรือขนาดของโลกผจญภัยกันแน่

จนเวลาได้พิสูจน์ให้ผมรู้แล้ว ว่าโลกผจญภัยมีอยู่ทุกที่
บ้านหลังเล็กของผมทำให้ผมได้ผจญภัยได้ไม่แพ้บ้านหลังใหญ่
แถมผมยังมีเพื่อนๆในระแวกนั้นมาร่วมผจญภัยอีกต่างหาก
ผมเริ่มสร้างโลกผจญภัยใหม่ที่บ้านหลังนี้ จนผมรู้สึกว่าจะบ้านเล็กหรือใหญ่
ผมก็จะมีโลกของผม—โลกของการผญจภัยติดตัวผมเสมอ
บ่อยพอสมควรที่จะมีเสียงกระซิบจากบ้านทั้งสองหลังส่งเสียงมาหาผม

ว่าขนาดของใจต่างหากที่สำคัญ


ถ้าบ้านหลังเก่าเป็นเหมือนเพื่อนเก่าที่ผมเคยสนิท
เคยหัวเราะร้องไห้มาด้วยกัน

คงจะไม่ต้องบอกว่าผมคิดถึงเพื่อนเก่าคนนี้มากแค่ไหน
เพื่อนคนนี้อาจไม่อยู่ในความคิดของผมตลอดเวลา
แต่เมื่อไหร่ที่ได้เดินผ่านแล้วแหงนหน้ามองเพื่อนคนนี้
มันมีแต่ความสบายใจ
ความผูกพันที่ผมมี มันทำให้ผมอยากจะลองสูดหายใจลึกๆ
รวบรวมความกล้า เดินเข้าไปกดกริ่ง รอคนมาเปิดประตู
แล้วบอกไปว่าผมขอเดินดูบ้านเก่าของผมได้มั้ยครับ
บางเวลาผมคิดถึงโลกผจญภัยของผมจนทนแทบไม่ไหว

แต่ที่สุดแล้วผมก็ไม่เคยทำสักที


เพราะผมกลัวว่าบางทีถ้าผมได้กลับไปเห็นโลกผจญภัยที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตในวัยเด็กของผม
บางวูบก็เกรงว่ามันจะไม่ใหญ่เท่าเดิม หรือเห็นแปลกออกไป






คงจะดีกว่าถ้าปล่อยให้โลกใบนั้นใหญ่ตลอดกาลอยู่ในใจของเรา

Comment

Comment:

Tweet

ผมไม่สามารถประเมินราคาบ้านหลังนี้ได้จริงๆ ครับคุณผู้เขียน....

#6 By คนสวย (124.120.104.118) on 2011-11-04 04:33

ฉันเคยเห็นบ้านหลังนั้น big smile

#5 By นิรัญชา (58.11.164.34) on 2011-08-03 10:24

home sweet home. I miz my old house too.

#4 By Wan (119.31.126.167) on 2011-08-03 06:19

โผล่พ้นโคลนตมของกาลเวลาHot! Hot!

#3 By A R M on 2011-05-06 08:31

ซึ้งสุด
ควรให้เจ๊ซันมาอ่านคงอินมากน่าดู
สิบดาวในใจผม Hot! Hot! Hot!

#2 By Pommies on 2011-04-25 11:29

อยากกลับบ้าน :)Hot!

#1 By elizab3n on 2011-04-24 14:01